my-life

บางครั้งความทรงจำก็ไม่สำคัญเท่าความรู้สึก
ไม่ว่าความทรงจำที่ผ่านมาจะเป็นเช่นไร แต่มันก็ยากที่จะทำใจขัดกับความรู้สึกตัวเองได้

เวลาทำให้หายโกรธคนนึงได้ และทำให้รู้สึกผิดกับอีกคนนึงได้ แต่ ไม่สามารถเอาสิ่งที่เสียไปแล้วกลับคืนมาได้

กำแพงชิ้นใหญ่ที่ขวางกั้นไว้ ยากที่จะพังทลายมันลงมาได้ เพราะมันเห็นอยุ่ทุกวัน

ไม่น่าเชื่อ ว่าสายตาของคนรอบตัวเราจะมีอิทธิพลกับตัวเราได้มากขนาดนี้ สามารถทำให้เราทำตัวขัดกับความรู้สึกตัวเองได้
ไม่มีทางที่เราจะทิ้งคนรอบๆตัวเพื่อไปทำตามความต้องการได้อีกแล้ว นอกซะจากว่า สิ่งที่เราจะทำ คนรอบๆตัว ยอมรับมันด้วยเท่านั้นเอง แต่มันก็ยากนะที่จะให้คนรอบๆตัวมายอมรับมัน เหอๆๆ อย่างไรก็ตามเวลาก็ได้พิสูจน์แล้วว่า ไอ้คนรอบๆตัวนี่แหละ สำคัญกับเรานะ (แต่ไอ้คนที่อยู่ไกลตัวก็สำคัญเหมือนกัน)

ฐิถิ(ไม่รู้สะกดถูกป่าว)มีกันทุกคน รวมทั้งตัวเราด้วยและยากที่จะตัดมันออกไป

น่าเบื่อจริงๆ ไม่อยากอยู่คนเดียวเลย คิดถึงสิ่งที่ผ่านมาทุกที แม้แต่วันนี้ และตอนนี้ แต่ช่างมันเหอะ อีกไม่นานก็จะผ่านไปแล้ว จะเรียนจบแล้ว คงจะอนาคตใครก็อนาคตมัน

จะให้จบแบบไหน (คงจะไม่เจอกันอีกชั่วชีวิต? ทั้งคู่เลย!! คงเป็นแบบนั้นแหละ เพราะไม่รู้จะทำอะไรให้มันดีไปกว่านี้อีกแล้ว)

ถ้ายังจำได้ เหมือนที่บอก เวลาแห่งความสุข ย่อมสั้นเสมอ

เหอๆๆ เลิกน้ำเน่ามาเป็นปี ขอเน่าอีกที คงไม่เป็นไร


ตอนไม่มีแฟนก็ได้เพื่อนนี่ละ พาออกไปเริงร่า วี้ดว้ายกระตู้วู้ ให้คลายเหงา ครั้นส้มหล่นพลั้งเผลอได้คบหากับหนุ่มที่แอบปิ๊ง เราก็เนรคุณเพื่อน ด้วยการทำตัวติดแฟน ราวกับตังเม เพื่อนฝูงไม่เห็นหัวกันแล้ว นิสัยแบบนี้ไม่ดีแน่ ควรปรับปรุงแก้ไขโดยด่วน มิฉะนั้นจะไม่เหลือเพื่อนสักคนมาเหลียวแลแน่นอน อย่ายอมเสียเพื่อนเพราะผู้ชายคนเดียวเลยนะ...ขอร้อง

เริ่มมองถึงปัญหา
สิ่งแรกที่ควรคิดให้ดีคือ เวลาที่เราเกิดปิ๊งหนุ่มน่ารักหุ่นเร้าใจนายหนึ่ง ทั้งที่เรายังมีความจงรักภักดีต่อเพื่อนรักเพื่อนซี้อย่างเหนียวแน่น แต่ก็ช่วยไม่ได้ที่เราสุดหักห้ามใจกับหนุ่มรายนั้น เราคงทำเป็นไม่สนใจ หรือสลัดชายในฝันทิ้งไปไม่ได้ เพราะนานทีปีหน ถึงจะเจอหนุ่มที่กระตุ้นความรู้สึกของเพศหญิง ให้เร่าร้อนถึงใจได้ขนาดนี้ ถึงแม้เราจะเชื่อมั่นว่า ตัวเองเป็นสาวแกร่งเด็ดเดี่ยว แต่ผู้ชายในสเปคแบบนี้ ก็สามารถสั่นคลอนทั้งหัวใจ อารมณ์และความรู้สึกได้แบบไม่ต้องใช้ความพยายามมาก ซึ่งเวลาอยู่กับเพื่อนสาวด้วยกันแน่นอนว่าย่อมไม่รู้สึกสปาร์คไฟช็อตทั่วร่างได้ขนาดนี้ การอยู่กับเพื่อนให้ความรู้สึกแตกต่างออกไป นั่นคือความสนุกสนานอบอุ่นใช่ไหม ถ้าพบว่านี่คือปัญหาของเรา ปัญหาที่ว่าเรามักพึงใจกับอารมณ์หวามไหวและวาบหวิวจนเริ่มทำตัวเหินห่างกับเพื่อน ควรกลับมานั่งทบทวนและคิดใคร่ครวญให้ดีว่า อยากสูญเสียเพื่อนไปจริงหรือเปล่า

คิดถึงเพื่อนบ้าง
บางครั้งอาจต้องทำตัวเป็นนกสองหัวเพื่อรักษาความสัมพันธ์ทั้งสองด้านเอาไว้ ไม่ว่าเพื่อนหรือแฟนเราต้องบริหารให้ได้ สาวบางรายติดแฟนแล้วหันหลังให้เพื่อนทันทีโดยไม่ใยดี พฤติกรรมแบบนี้ไม่เพียงหยาบคายเท่านั้น ยังเท่ากับทำลายความสัมพันธ์ในระยะยาวอีกด้วย เพื่อนเสียใจนะนั่น

แบ่งภาคตัวเองให้ได้
ขั้นต่อไปพยายามฝืนใจฝืนความรู้สึกเอาไว้ ความรู้สึกอะไรเหรอ ก็เจ้าความรู้สึกที่อยากแนบชิดอิงแอบอยู่กับแฟนตลอดยี่สิบสี่ชั่วโมงนะสิ บางคนอาจอยากให้วันหนึ่งมีสี่สิบแปดชั่วโมงด้วยซ้ำไป ไม่ได้ถึงขนาดห้ามไม่ให้เจอะเจอกันเลย แต่ควรหักห้ามใจไว้บ้างอย่าเพิ่งตะกรุมตะกรามตักตวงความสุขใส่ตัวขนาดนั้น ความสุขในรูปแบบอื่นก็ยังมีบนโลกใบนี้ ก็ความสุขที่ได้อยู่กับเพื่อนยังไงล่ะ ลองคิดถึงตอนไม่มีแฟนเหงาหงอยเศร้าสร้อย ก็ได้เพื่อนนี่ละพากันไปเที่ยวหัวหกก้นขวิด แฟนเอาไว้ทีหลังก็ได้นี่นา ถ้าเขารักเราจริง เขาไม่หนีไปไหนหรอก

คุยกับเพื่อนบ้าง
เราเองก็ต้องให้เวลาตัวเองบ้าง หยุดคิดถึงแฟนสักนิดก็ดี จะต้องไปคิดถึงกันอะไรนักหนาเนอะ เขาเองก็ต้องมีอะไรทำเป็นเรื่องส่วนตัวหรือไปกับเพื่อนของเขาบ้างเหมือนกัน การที่เราได้ใช้เวลากับเพื่อนจะช่วยให้เราได้แลกเปลี่ยนความคิดกับคนที่ยังแคร์เราอยู่เสมอ พูดคุยถามไถ่ทุกข์สุขของเพื่อนบ้าง อย่าเอาแต่เล่าเรื่องแฟนตัวเองอยู่ละ เดี๋ยววงแตกไม่รู้ด้วย

เพื่อนช่วยให้เรามีเสน่ห์
ลองคิดแบบนี้ดูสิ การที่เรามีเพื่อนฝูง ได้พูดคุยเม้าท์แตกกันเป็นประจำ ทำให้เรามีเรื่องเด็ดๆไปพูดคุยกับคนรักเวลาออกไปเที่ยวกับเขา อาจมีเกร็ดความรู้หรือเรื่องราวรอบตัวที่ทำให้เราดูเหมือนเป็นผู้หญิงมีสมอง สามารถพูดคุยเรื่องโน้นเรื่องนี้ได้ โดยไม่นั่งบื้อใบ้อ้าปากหวอ เพราะไม่รู้อะไรกับเขาสักอย่าง เราจะดูเป็นผู้หญิงที่น่าสนใจยิ่งกว่าเดิม การที่เป็นแฟนแล้วต้องตัวติดกัน ทำอะไรด้วยกัน ไปเที่ยวกันตลอดเวลา ไปๆมาๆอาจไม่มีเรื่องอะไรคุยกันเลยก็ได้นะ แยกๆกันไปเที่ยวกับเพื่อนซะบ้าง จะได้มีอะไรแปลกใหม่มาเติมสมองบ้าง

มิตรภาพประเมินค่ามิได้
เหตุผลเดียวที่เราไม่ควรปฏิเสธเพื่อนคือ หากเราต้องเลิกร้างกับหนุ่มหวานใจ เราจะได้ไม่ตกที่นั่งเหงาหงอยเดียวดายไร้เพื่อนเหลียวแล เพื่อนรักเพื่อนซี้จะไม่เลิกคบเราเพียงเพราะเราเริ่มคบหาผู้ชาย แต่อาจเลิกคบเราเพราะว่าเราไม่โผล่ไปร่วมกลุ่มเที่ยวกับเพื่อนๆเลย ตอนแรกอาจไม่รู้สึกเท่าไร แต่ถ้าถูกปฏิเสธบ่อยครั้งเข้า เราอาจถูกตัดออกจากกลุ่มไปโดยปริยาย

ความจริงของชีวิตคือ หนุ่มน่ารักที่เรากำลังปิ๊งนี้อาจไม่ใช่คนที่เราจะอยู่ด้วยไปตลอดชีวิต แต่เพื่อนรักเพื่อนซี้คือคนที่จะคบหาเราไปตลอดชีวิต ต่อให้เราจะมีแฟนหรือไม่มีแฟนก็ตาม

เพื่อนคือ...ทุกสิ่ง ทุกอย่าง ยิ่งกว่าแฟนก้อว่าได้
ไม่ตามใจมัน ก็ไม่ด่า
แต่ถ้ามันไม่ตามใจเราก็ด่าได้
โดยที่มัน และเราไม่โกรธกัน

เพื่อนเมื่อโกรธกันสามารถกลับมาคืนดีกันได้โดยไม่ต้องเก็บความสงสัยว่า
เรื่องที่โกรธกันคืออะไร ผ่านแล้วก็ผ่านไป

เพื่อนคือที่พึ่งยามเป็นทุกข์
เพื่อนคือที่ปรึกษา ตั้งแต่เรียน ทำงาน
จนจะแต่งงานก็ยังต้องปรึกษามัน

เพื่อนคอยสับรางเวลารถไฟจะชน
เพื่อนคอยโกหกพ่อแม่เวลาไปเที่ยวแต่บอกว่าไปทำงาน
เพื่อนคอยบอกแฟนว่าเรากำลังอยู่กับมัน ทั้งที่จริงเราไม่ได้อยู่กับมันหรอก

และเพื่อนก็คือคนจ่ายค่าข้าวเวลาเราไม่มีเงิน

"เพื่อน" คือ ทุกอย่าง

มีผู้....ที่เคยคบกันถามว่าจะให้เลือกหนึ่งเดียว
ระหว่างเค้าซึ่งคบกันมา 1 ปี กับเพื่อนซึ่งคบมาประมาณ 15 ปี ว่าคุณจะเลือกใคร
ตอบแบบได้แบบไม่ต้องคิดเลยว่า "เพื่อน"
ซึ่งเค้าก็บอกว่าตอบผิดตอบใหม่ได้นะ
เราก็บอกว่าตอบถูกแล้ว
เพราะเค้าเห็นว่าเรารักเพื่อนมากกว่า แต่ไม่ใช่

ถัาเราจะต้องเอาคนเข้ามาในชีวิตอีก 1 คน
ซึ่งก็ยังไม่รู้อะไรกันมาก
กับเสียคนที่เรารู้จกกันมาเป็น 10 ปี
เราว่าทุกคนก็ต้องมีคำตอบเหมือนกับเรา
เพราะทั้งสำหรับคนทั้งสองกลุ่ม
เราไม่สามารถเอาแต่ละคนมาบวกและลบกันเพื่อให้ผลลัพธ์เป็นศูนย์

เพราะฉะนั้นทุกคนต้องเลือกสิ่งที่มีค่ามากกว่า

และสิ่งที่เราเลือก สิ่งนั้นก็คือ *****""เพื่อน""****
" some time happy some time sad but all time friend "

บทส่งท้าย ถ้าเราสนุก ไปเที่ยวโดยไม่มีเพื่อน
แล้วเล่าให้มันฟัง
มันก็ไม่ว่าอะไร....แล้วถ้าเราเที่ยวแล้วเกิดปัญหา
เราตามตัวมันมา
มันเคยพูดไหมว่า "*ไม่สน*เที่ยวแล้วไม่ชวน* *แก้ไขเองแล้วกัน"
คำพูดอย่างนี่จะไม่มีจากปากเพื่อน

จะแต่ว่า " อยู่ตรงไหน เป็นอะไร"
แล้วก็ลงท้ายว่า *จะรีบไป....



Arthid Sarai
View full profile